การลงทุนเพื่อการบริโภค (consumer investment)

01 ก.พ. 2022
568

การลงทุนเพื่อการบริโภค (consumer investment)

การลงทุนเพื่อการบริโภค “การลงทุน” (investment) หมายถึง การซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือหลักทรัพย์ของบุคคลหรือสถาบัน ซึ่งให้ผลตอบแทนเป็นสัดส่วนกับความเสี่ยงตลอดเวลาอันยาวนานประมาณ 10 ปี แต่อย่างต่ำไม่ต่ำกว่า 3 ปี การลงทุนแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภท

การลงทุนเพื่อการบริโภค (consumer investment) การลงทุนของผู้บริโภคจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการซื้อสินค้าประเภทคงทนถาวร (durable goods) เช่น รถยนต์ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น โทรทัศน์ เป็นต้น การลงทุนในลักษณะนี้ไม่ได้หวังในกำไรในรูปของตัวเงิน แต่ผู้ลงทุนหวังความพอใจในการใช้สินทรัพย์เหล่านั้นมากกว่า

การซื้อบ้านเป็นที่พักอาศัยถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งของลูกค้า หรือที่เรียกว่า ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (real estate investment) เงินที่จ่ายซื้อเป็นเงินที่ได้จากการเก็บออม การซื้อบ้านเป็นที่พักที่อาศัยนอกเหนือจากที่จะให้ความชอบใจแก่ผู้ครอบครองแล้ว ในเรื่องที่อุปสงค์ (demand) ในที่พักอาศัยมากขึ้นมากยิ่งกว่าอุปทาน (supply) ค่าของบ้านที่ซื้อไว้บางทีอาจสูงมากขึ้น ถ้าขายจะได้กำไรซึ่งนับได้ว่าเป็นเพียงแต่ผลประโยชน์

การลงทุนในธุรกิจ (business or economic investment) การลงทุนในความหมายเชิงธุรกิจ คือ การซื้อเงินทองเพื่อประกอบธุรกิจหาเงิน โดยหวังว่าอย่างน้อยที่สุดรายได้ที่ได้นี้พอเพียงที่จะทดแทนกับการเสี่ยงสำหรับในการลงทุน มีข้อคิดเห็นว่าจุดมุ่งหมายสำหรับในการลงทุนของธุรกิจ เป็นผลกำไร ผลกำไรจะเป็นตัวล่อใจนักลงทุนนำเงินมาลงทุน การลงทุนตามความหมายนี้จะกล่าวโดยย่อได้ว่า เป็นการนำเงินออม (saving) หรือเงินที่สะสมไว้(accumulated fund) แล้วก็/หรือเงินกู้ยืมจากแบงค์ (bank credit) มาลงทุนเพื่อจัดสร้างหรือหาผลิตภัณฑ์จำพวกทุน ซึ่งมีเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือ รวมทั้งทรัพย์สินจำพวกอสังหาริมทรัพย์ดังเช่น การลงทุนในที่ดิน โรงงาน รวมทั้งตึกสิ่งก่อสร้าง เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ผลิตผลิตภัณฑ์ แล้วก็บริการเพื่อทำให้ตามที่ต้องการของผู้ซื้อ ธุรกิจที่ลงทุนในทรัพย์สินกลุ่มนี้คาดหมายผลกำไรจากการลงทุนได้ผลสำเร็จทดแทน

และหากสนใจ เปิดยูสเซอร์ รับเครดิตฟรี ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการลงทุน

การลงทุนในหลักทรัพย์ (financial or securities investment) การลงทุนตามความหมายด้านการเงิน หรือการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นการซื้อทรัพย์สิน (asset) ในรูปของหลักทรัพย์ (securities) อาทิเช่น พันธบัตร (bond) หุ้นกู้หรือหุ้นทุน (stock) การลงทุนในรูปแบบนี้เป็นการลงทุนทางอ้อม ซึ่งไม่เหมือนกับการลงทุนทางธุรกิจ ผู้มีเงินออมเมื่อไม่อยากที่จะเป็นผู้ประกอบการเอง เพราะเหตุว่ามีการเสี่ยงหรือผู้ออมยังมีเงินไม่มากพอ ผู้ร่วมลงทุนบางทีอาจนำเงินที่ออมได้จะมากมายหรือน้อยก็ตามไปซื้อหลักทรัพย์ที่เขาพึงพอใจที่จะลงทุนโดยได้ผลทดแทนในรูปของดอก หรือโบนัสสุดแท้แต่ชนิดหลักทรัพย์ที่ทำงานลงทุน ยิ่งกว่านั้นนักลงทุนบางทีก็อาจจะเห็นผลทดแทนอีกลักษณะหนึ่งก็คือ ผลกำไรจากวิธีขายหลักทรัพย์ (capital gain) หรือการขาดทุนจากวิธีขายหลักทรัพย์ (capital loss) อัตราผลตอบแทนที่ผู้ร่วมลงทุนได้จากการลงทุนที่เรียกว่า yield ซึ่งมิได้ซึ่งก็คืออัตราค่าดอกเบี้ยหรือโบนัสที่ได้รับเพียงอย่างเดียว แม้กระนั้นยังได้พิจารณาถึงผลกำไรจากวิธีขายหลักทรัพย์ หรือขาดทุนจากวิธีขายหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้น หรือที่คาดว่าจะเกิดขึ้น yield ที่นักลงทุนได้รับจากการลงทุนไม่ว่าจะมากมาย หรือน้อยก็ย่อมขึ้นกับการเสี่ยง (risk) ของหลักทรัพย์ที่ลงทุนนั้นๆโดยทั่วไปแล้ว นักลงทุนเพียรพยายามเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่ได้ผลทดแทนสูงสุดในระดับการเสี่ยงหนึ่ง