สองผู้รอดชีวิตจาก ฮิลส์โบโร ฆ่าตัวตายหลังนัดชิง UCL

แฟนบอลลิเวอร์พูลสองคนที่เคยรอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร ตัดสินใจฆ่าตัวตายหลังเห็นภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายในนัดชิงชนะเลิศ UCL ที่กรุงปารีส

ปีเตอร์ สการ์ฟ ตัวแทนของกลุ่มคนผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า มีแฟนบอล 2 คนได้ตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง หลังจากเห็นภาพเหตุการณ์ที่ สนาม สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งลิเวอร์พูลพบกับเรอัล มาดริด ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

การแข่งขันในวันนั้น กองเชียร์หลายพันคนที่เดินทางไปชมเกมในกรุงปารีส ถูกบีบให้ตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย เนื่องจากถูกขังอยู่ในอุโมงค์ที่คับแคบ ขณะที่พวกเขาพยายามจะเดินทางเข้าไปในสนาม โดยที่มีบางรายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นฉีดน้ำไล่และมีการใช้แก๊สน้ำตาด้วย

ขณะที่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน ในปี 1989 มีแฟนบอลลิเวอร์พูลเสียชีวิตไปถึง 97 คน และความโกลาหลที่เกิดขึ้นก่อนนัดชิงชนะเลิศที่กรุงปารีสได้ไปปลุกความทรงจำอันแสนเจ็บปวดของแฟนบอลหงส์แดง 2 รายอีกครั้ง จนทำให้เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น

“ปีนี้ปีเดียว มีคนของเราฆ่าตัวตายไปแล้ว 3 ครั้ง นั่นมันมากเกินไปแล้ว” สการ์ฟ กล่าวกับ Liverpool Echo

“หนึ่งคนตัดสินใจจากไปก่อนวันครบรอบ (15 เมษายน) เพราะเขาไม่ต้องการเจอกับวันครบรอบอีกเเล้ว”

“ส่วนอีกสองคนตัดสินใจจากไปหลังเหตุการณ์ที่สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ความทรงจำในปี 1989 กลับมาหลอกหลอนพวกเขาอีกครั้ง เพราะเหตุการณ์ที่สต๊าด เดอ ฟรองซ์ มีหลายจุดที่คล้ายกับเหตุการณ์ที่ฮิลส์โบโร”

“ในทั้งสองเหตุการณ์ มีการเคลื่อนไหวของฝูงชนที่คล้ายกัน โดยเป็นปัญหาที่ผู้คนหนาแน่นมากเกินไป จนทำให้มีการกดทับกันและกันภายในอุโมงค์ ประตูถูกปิดกั้นไม่ให้ผู้คนเข้าไปในสนาม และเหนือสิ่งอื่นใดคือที่เราถูกข้อกล่าวหานั้นดันเป็นเรื่องเท็จในภายหลังเหมือนกันด้วย”